Waymo ผู้เบิกเส้นทางบนท้องถนนยุคใหม่ จุดเริ่มต้นรถยนต์ไร้คนขับ

ปัจจุบัน ยุคของเราถือได้ว่าเป็นยุคที่การคมนาคมเต็มไปด้วยยานพาหนะมากมายบนท้องถนน การเดินทางด้วยยานพาหนะในสมัยนี้ ไม่ได้ยุ่งยากเหมือนกับในอดีต เราสามารถเดินทางได้ง่ายขึ้นด้วยระบบ GPS นำทาง ระบบแผนทีดิจิทัล และปลอดภัยยิ่งกว่าด้วยระบบสั่งการอัจฉริยะ หรือระบบการสื่อสารฉุกเฉินขอความช่วยเหลือในยามจำเป็น ซึ่งในปัจจุบัน และในอนาคตอันใกล้นี้เอง “รถยนต์ไร้คนขับ” กำลังจะกลายมาเป็นจุดเปลี่ยน และอนาคตบทใหม่ของการคมนาคม ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย และความปลอดภัยให้กับเรามากขึ้นยิ่งกว่าเดิม

Waymo ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ

ย้อนกลับไปในปี 2016 บริษัท Google ได้เปิดตัวโครงการเกี่ยวกับการพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ หรือไร้คนขับขึ้นมา (จริงๆ เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2009 แต่ปี 2016 เป็นปีที่โครงการแยกตัวออกมากลายเป็นบริษัทใหม่) แน่นอนว่าด้วยความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ทำให้โครงการนี้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว จนต้องแยกตัวออกมาเปิดบริษัทใหม่เป็นของตนเอง กับบริษัทที่มีชื่อว่า “Waymo” ซึ่ง Waymo เป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้บริษัท Alphabet อีกหนึ่งชั้น และได้ CEO อย่าง John Krafcik มาเป็นผู้ดูแลตัวบริษัท

แต่เดิม Waymo เป็นโครงการที่ริเริ่มโดย Sebastian Thrun อดีตผู้อำนวยการห้องแลบพัฒนา AI มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และเป็นผู้ร่วมคิดค้น Google Street View เขาสร้าง Stanley หุ่นยนต์ขับรถขึ้นเป็นตัวแรก และได้รับรางวัล DARPA Grand Challenge ในปี 2005 แต่ด้วยกฎหมายในขณะนั้น ยังไม่อนุญาตให้นำรถยนต์ไร้คนขับออกวิ่งไปบนท้องถนนได้ ซึ่งประเด็นดังกล่าวก็ถูกยกขึ้นมาปรับแก้ไขใหม่ในปี 2011 และได้รัฐเนวาดาเป็นที่แรก ที่ให้อนุญาต จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปอีก 4 ปี ในปี 2015 หัวหน้าวิศวกรของ Waymo ที่ชื่อ Nathaniel Fairfield ได้สามารถสร้าง “รถยนต์ไร้คนขับคันแรกของโลก ที่วิ่งบนท้องถนนขึ้นมาได้” พร้อมได้เชิญ Steve Mahan อดีต CEO ของศูนย์พิการทางสายตาใน ซานตา คลารา มาร่วมทดสอบด้วย

ในปี 2016 ตัวโครงการแยกตัวออกมาเป็น Waymo ตามที่กล่าวไว้ด้านบน โดยคำว่า Waymo มาจากข้อความว่า “a new way forward in mobility” หรือก็คือเส้นทางเส้นใหม่สำหรับการเคลื่อนที่ หลังจากนั้นมาในแต่ละปี Waymo จะทำการพัฒนาตัวรถ และเทคโนโลยีอยู่ตลอด จากนั้นก็ส่งตัวรถลงไปทดสอบบนท้องถนนอยู่เสมอๆ เพื่อเก็บข้อมูล และทำการทดสอบในพื้นที่ที่หลากหลาย โดยเฉพาะปีก่อน หรือปี 2019 เราจะเห็นบทบาทรถยนต์ไร้คนขับของ Waymo อยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าจับมือ หรือร่วมลงทุนกับบริษัทใหญ่ๆ มากมาย อาทิ Lytf, Renault, Nissan, Mitsubishi, Renault และอีกหลายๆ เจ้า นอกจากนี้ยังมีการโชว์โชว์สมรรถนะอีกหลายๆ อย่าง เช่น การขับผ่านหมอก ผ่านพายุ ปล่อยเทคโนโลยี Lidar ให้อีกหลายๆ บริษัทได้หยิบไปใช้งาน และยังได้ประกาศว่าตัวรถมีการเก็บรอบไมล์บนระบบจำลองได้เกิน 1 หมื่นล้านไมล์แล้วอีกด้วย (บนถนนจริงอัปเดทล่าสุดคือ 10 ล้านไมล์ ข้อมูลเมื่อปี 2018)

ความโดดเด่นของ Waymo

ผมขอบอกก่อนว่า Waymo ไม่ใช่บริษัทเดียวที่กำลังวิจัย หรือพัฒนารถยนต์ไร้คนขับอยู่เพียงเจ้าเดียวในปัจจุบัน ยังมีอีกหลากหลายเจ้ามากๆ โดยเฉพาะบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านการผลิตรถยนต์หลายๆ เจ้าที่เล็งผลิตรถยนต์เหล่านี้ออกมาวางจำหน่าย ดังนั้น จุดเด่นของ Waymo จึงไม่ใช่รถ แต่เป็นเทคโนโลยีต่างๆ งานวิจัย และการพัฒนา ซึ่งถ้านับตั้งแต่ Sebastian Thrun โครงการของ Waymo ก็ดำเนินมาแล้วกว่า 15 ปี โดยต่อไปนี้ผมจะข้อแนะนำจุดเด่นของ Waymo เท่าที่ผมวิเคราะห์ได้มานำเสนอ ให้ได้อ่านกัน

  1. ทำการเริ่มพัฒนา และวิจัยมากว่า 15 ปี ซึ่งโฟกัสไปที่ระบบ AI หรือระบบการขับก่อนตัวรถ
  2. เป็นผู้พัฒนาเซ็นเซอร์ และฮาร์ดแวร์เองทั้งหมด
  3. นอกจากจะมี Google เป็นผู้ดันหลังให้แล้ว ทางบริษัทยังได้จับมือกับแบรนด์รายใหญ่ๆ อาทิ Fiat Chrysler, Honda, Lyft, Avis Budget, Intel, AutoNation, Jaguar, Walmart, Renault, Ranault, Nissan และ Mitsubishi
  4. ทำการทดสอบตัวรถ และระบบมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่สร้างรถคันแรกขึ้นมาได้ในปี 2015 และเปิดตัวโครงการสาธารณะให้คนทั่วไปได้เข้ามาลองทดสอบอยู่เสมอๆ เช่น โครงการ Early Rider Program, Ride-Hailing และ Waymo One เป็นต้น อีกทั้งได้โชว์สมรรถนะหลายๆ ทั้งเทคโนโลยี ผลการทดสอบ รวมไปถึงตั้งแต่เปิดตัวออกมา รถยนต์ไร้คนขับ ของ Waymo ยังไม่เกิดปัญหาทางด้านระบบเลยซักครั้งเดียว (มีแต่ถูกชนบ้าง คนขับขับไปชนเองบ้าง)

 

อนาคตของ Waymo

ปัจจุบันรถยนต์ไร้คนขับของ Waymo ยังไม่มีออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มีอย่างมากก็คือนำระบบไปติดให้กับรถของผู้ผลิตเจ้าต่างๆ หรือก็มีให้บริการบ้างในรัฐอื่นๆ แต่ก็ยังมีคนนั่งที่หน้าพวงมาลัยอยู่เสมอ โดยในทุกวันนี้บริการของ Waymo เกี่ยวกับรถรถยนต์ไร้คนขับ จะเป็นบริการจัดการรับส่งต่างๆ เช่นเท็กซี่ในเมือง Phoenix รัฐแอริโซนา หรือในโครงการ Early Rider Program, Ride-Hailing และ Waymo One โดยผู้ใช้บริการอย่างเราจะต้องเรียกการบริการผ่านทางแอปของ Waymo คล้ายกับ UBER หรือ LINE MAN  ซึ่งตอนนี้ยังมีให้ใช้บริการในวงที่จำกัดเท่านั้น

แต่ดูเหมือนในอนาคตนี้ ทาง Waymo จะเริ่มเปิดตัวรถที่ไม่ต้องมีคนประจำการอยู่หน้าพวงมาลัยออกมาแล้ว โดยแอปที่เราใช้เรียกรถ จะแจ้งเราให้ทราบทันที ว่ารถที่กำลังวิ่งมารับเรานี้ไม่มีคนนั่งประจำการอยู่นะ และจะมอบคำแนะนำต่างๆ ผ่านทางแอป โดยเชื่อว่า ก้าวต่อไปของ Waymo จะเกิดขึ้นภายในปี 2020 นี้แน่นอน

หากคุณสนใจพัฒนา สตาร์ทอัพ แอปพลิเคชัน และ เทคโนโลยีของตัวเอง ?

อย่ารอช้า ! เรียนรู้ทักษะด้านดิจิทัลเพื่ออัพเกรดความสามารถของคุณ
เริ่มตั้งแต่พื้นฐาน พร้อมปฏิบัติจริงในรูปแบบหลักสูตรออนไลน์วันนี้

 

Leave a Reply