Skip to main content
เทคโนโลยี

มารู้จัก Usability Heuristic แนวทางเช็คว่าแอปเรามีประสิทธิภาพดีแค่ไหน

มารู้จัก Usability Heuristic สำคัญอย่างไร แล้วทำไมถึงสามารถนำตัว Heuristic มาวัดหรือช่วยเราครอบคลุมเคส Error ของงาน User Interface Design ได้ใน Episode นี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จัก Heuristic กัน

โดย Pitchaya Tangtanawirut
“To Understand UX , you need to understand people”

Usability Heuristic คืออะไร ? 

แนวคิดนี้คิดค้นโดย Jakob Nielsen ผู้เชี่ยวชาญด้าน Usability เพื่อเป็นแนวทางในการวัดเพื่อให้เราเช็คเบื้องต้นว่าแอพหรือเว็บไซต์ของเราใช้งานได้ครบถ้วนหรือไม่
โดยทั่วไปแล้วการวัดว่า UI ของเราใช้ได้ หรือ ตอบโจทย์หรือไม่นั้น อาจจะไม่ต้องไป Test กับ User แต่ในระหว่างการลงงานออกแบบสามารถวัดได้โดยการใช้เกณท์ Usability Heuristic ทั้งหมด 10 องค์ประกอบดังต่อไปนี้

 

มีกี่องค์ประกอบ ? 

1.Visibility of Systems Status (การมองเห็นของสถานะ)

ในข้อแรก การบอก หรือ แจ้งให้ทราบถึงสถานะของผู้ใช้งานนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญในด้านการใช้งาน ซึ่งข้อนี้นั้นสามารถนำไปปรับใช้ได้กับแอพสำหรับทุกหมวดหมู่ 


ไม่ว่าจะเป็น Social Media / Food Delivery / หรือแม้กระทั่ง Application อย่าง Google Map เองก็ยังมีแผนที่บอกสถานะให้รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนแล้ว


ยกตัวอย่างเช่น เราออกแบบแอพสั่งอาหาร มันก็อาจจะแปลก ๆ หรือ ดูเหมือนขาดอะไรไปใช่ไหมล่ะ ถ้าเกิดเราไม่เตือนสถานะการขนส่งให้เขารู้ 


แต่ …. ไม่ใช่ทุกอย่างที่เราจำเป็นต้องบอกให้ลูกค้าหรือผู้ใช้รู้นะ 
อย่างเช่นถ้าเป็นข้อมูลที่ส่วนตัวมากเกินก็ไม่ควรนำมาโชว์เหมือนกัน


ยกตัวอย่างเช่น อายุ หรือ ข้อมูลเลขบัญชีต่าง ๆ ทั้งมหดนี้เป็นข้อมูลส่วนตัว 
เพราะฉะนั้นในข้อนี้ควรโชว์สถานะอย่าง “เหมาะสม” และ “เท่าที่จำเป็น” ต้องแสดงให้เห็นจึงจะส่งผลบวกต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งาน 

 

2.Match between systems and real world (การเชื่อมโยงระหว่างระบบและโลกแห่งความเป็นจริง)

 ถึงจะเป็นการออกแบบ Online Platform แต่ในบางกรณีอาจจะต้องมีซิงค์หรือทำงานร่วมกับโลกแห่งความเป็นจริง 


ไม่ว่าจะเป็นภาษา การทำงาน และข้อมูลต่าง ๆ สอดคล้องต่อความเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน 

ในส่วนของภาษาหากเราใช้คำที่ทื่อหรือแข็งเหมือนหุ่นยนต์มากเกินไป ทำให้ประสบการณ์โดยรวมไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย 


และในส่วนของการทำงานต่าง ๆ ไม่ควรที่จะแตกต่างหรือแปลกแยกจากความเป็นจริงมาก 
อย่างเช่น แอพพลิเคชั่นสำหรับรถยนต์ EV ควรที่จะใช้ชื่อเรียกที่เหมือน ๆ กัน กับในแอพที่เราออกแบบเพื่อลดความสับสนระหว่างการใช้ภาษาและการใช้งาน

 

3.User Control and Freedom (เป็นอิสระในการควบคุมของผู้ใช้งาน)

ในข้อนี้ แอดถือว่าเป็นข้อสำคัญมาก ๆ ต่อการออกแบบดีไซน์ ข้อนี้จะเป็นประโยชน์มาก ๆ ที่จะช่วยให้เราเก็บเคส หรือ สถานการณ์การใช้งานได้ครบถ้วนไปถึงการแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ 

และมีอะไรที่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกมีอิสระในการใช้งานบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดประสบการณ์ที่อึกอัดจนทำให้เขาออกจากแอพของเราไป 


สมมติว่าเราได้มีโอกาสออกแบบแอพแลกเปลี่ยนหนังสือสำหรับผู้สูงวัย
ในข้อนี้เราต้องเริ่มคิดแล้วว่า เอ้ะ ผู้ใช้งานจะอยากแก้อะไรทีหลังไหมนะ เช่น ปล่อยหนังสือออกไปแล้ว แต่เขียนราคาผิด เราควรให้เขาแก้ได้รึเปล่า และ สามารถให้อิสระในการสร้างหมวดหมู่ของหนังสือเพิ่มเติมได้ไหม ในกรณีที่หนังสือบนโลกนี้มีความหลากหลายมาก 

 

4.Consistency and Standards (การคงมาตรฐานและความสม่ำเสมอ)

การออกแบบให้ผู้ใช้งานมีประสบการณ์ที่ดี ไม่ควรมีอะไรมาขัดขวางผู้ใช้งานของเรามาก 

การคุมและตาม Design Systems หรือมาตรฐานต่าง ๆ ที่เรามีนั้นก็สำคัญ 


ให้ลองจินตนาการว่าเราใช้งานแอพหนึ่งเป็นสีเขียวและฟอนต์นี้มาตลอด แล้วจู่ ๆ ตอน Pop-up ก็มีขึ้นมาเป็นฟอนต์คนละอย่าง และเป็นสีเหลืองเข้ม ซึ่งมันต่างจาก Design Systems มาก 

ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกสับสนและงงต่อประสบการณ์การใช้งานด้วย

 

5.Error Prevention (การป้องกันความผิดพลาด)

ข้อนี้จะทำให้เราคิดถี่ถ้วนไปถึงการป้องกันความผิดพลาดในการใช้งาน

เพราะใคร ๆ ก็ไม่อยากให้ความปิดพลาดเกินขึ้นใช่ไหมล่ะ นักออกแบบอย่างเราก็ควรป้องกันสถานการณ์นี้ไว้ล่วงหน้าด้วย 


อย่างเคสที่พบเจอบ่อยจะเป็นจำพวก การกรอก Password เราอาจจะเคยเห็นกันเยอะว่า Password ควรมีกี่ตัว มี Captial Letter กี่ตัว หรือเลขกี่ตัว 

นั่นแล่ะถือว่าเป็นการช่วยให้ User สร้าง Password ที่ตรงกับฐานข้อมูลหลังบ้านที่เรามีมากขึ้น และสามารถลดแรงที่ต้องมาแก้ทีหลังได้ด้วย

 

6.Recognition rather than recall (ใช้ความจำมากกว่าการทำให้ผู้ใช้งานต้องนั่งนึกคิด)
มาข้อนี้ อาจจะนึกภาพตามในเรื่องของการใช้ไอค่อนหรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ
เช่น ตระกร้าใส่สินค้า ถ้าเราใช้สัญลักษณ์เป็นกระเป๋า หรือ อันอื่น แทน ตระกร้าหรือรถเข็นที่ใส่ของ ก็อาจจะทำให้ผู้ใช้งานตต้องมานั่งนึกอยู่ครู่หนึ่ง 


ซึ่งการออกแบบระบบหรือสัญลักษณ์ที่แปลกใหม่นั้นอาจจะทำให้ผู้ใช้งานสับสนหรือต้องใช้จนเกิดความเคยชินอยู่สักพักใหญ่ 


แต่ ไม่ได้หมายความว่าการคิดสัญลักษณ์ หรือออกแบบ User Flow ขึ้นมาใหม่ไม่ดีนะ
มันใหม่ได้
ในข้อนี้แนะนำว่าให้ลองคำนึงถึงบริบท ลองไปสวมหมวกเป็นผู้ใช้งานเองด้วยว่าจะ งง รึเปล่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ใช้งาน

 

7.Flexibility and Efficiency of use (ความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพของการใช้งาน)

ความยืดหยุ่นในที่นี้คือหมายความว่าการเปิดโอกาสให้ผู้ใข้งานเข้าถึง End Goal ได้ในหลาย ๆ วิธีมากที่สุด 


ยกตัวอย่างเช่นในแอพพลิเคชั่นสั่งอาหาร ถ้าเราอยากสั่งชานมไข่มุก เราสามารถเลือกได้ทั้ง 2 วิธี คือ 1.คลิกค้นหาแล้วพิมพ์ ชานมไข่มุกไปเลย หรือ 2.คือเข้าไปเลือกในหมวดหมู่ชานมไข่มุกก็ได้เช่นกัน 


การมีที่เข้าถึงหลาย ๆ ด้าน ก็เหมือนมีประตูหลายบานในที่เดียวกัน ทำให้ผู้ใช้งานมีอิสระ และ ไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ Flow อันใดอันหนึ่ง

 

8.Aesthetic and Minimalist design (ความสวยงามและมินิมอล)

มินิมอลในที่นี้คือไม่ใช่มาแค่จอเปล่า ๆ นะ แต่หมายถึงการมีแสดงข้อมูล หรือ ออกแบบเท่าที่เราจำเป็นมากกว่า ลดความสับสนและกำกวมของการใช้งานด้วย

 

9.Help users recognize , diagnose and recover from errors. (การช่วยผู้ใช้งานจำ วินิจฉัย และก้าวข้ามความผิดพลาด)

ภายใน Interface ที่เราออกแบบนั้น เราควรที่จะช่วยให้ผู้ใช้รู้ด้วยว่าจุดไหนที่ error หรือทำให้ไม่ได้ไปต่อ


อย่างเช่นตอนเรากรอก Password ถ้าเรากรอกผิดเราก็ไม่ควรปล่อยเบลอว่า เอ้ะ เราผิดตรงไหนนะ 

สิ่งที่เราเห็นกันทั่วไปเลยคือพอกรอกแล้วจะมี Error Message ขึ้นมาบอกเลยว่า เรายังกรอกตัวอักษร หรือตัวเลขไม่ครบนะ จะได้ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกสะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น 


เคสที่เราพบเห็นบ่อย ๆ ก็จะเป็นจำพวกตอนเรากรอกรหัสผ่านหรือเป็นตอนที่เราเข้าไปหน้าต่างที่โดนลบไปแล้ว ไม่ควรขึ้นเป็น Code Error แต่ควรขึ้นเป็นหน้าต่าง หรือ Instruction ช่วยบอกผู้ใช้ว่าควรทำอะไรต่อในขั้นตอนต่อไป

 

10.Help and Documentations (การช่วยเหลือและรายละเอียดของการใช้งาน)

แอพที่ดีนั้นไม่ได้จำเป็นจะต้องให้ข้อมูลทั้งหมด คล้าย ๆ กับข้อที่แอดกล่าวไปตอนต้นนี้ว่าควรมีข้อมูลเท่าที่เราจำเป็นเท่านั้น 

จำเป็นในที่นี้หมายถึง ให้มีโชว์เพื่อให้ผู้ใช้งาน Complete Task ในตอนท้ายได้ 


ยกตัวอย่างสถานการณ์อย่างแอพจองตั๋วเครื่องบิน ถ้าในหน้าหลักเรามีขึ้นข้อมูลสำหรับโปรโมชั่นเด็ด 

แต่ไม่มีบอกเลยว่ามี Flight อะไรบ้างสำหรับสถานที่นี้ ก็เหมือนทำให้ผู้ใช้งาน งง และไม่ได้จองตั๋ว จนต้องออกแอพของเราไปในที่สุด

 

แล้วสำคัญต่อกระบวนการใดบ้าง ? 

ในการออกแบบ การมีมาตรฐานมาเช็คด้าน UI ค่อนข้างสำคัญในกระบวนการของ Low-Fi Ideation และการลงมือทำ High Fieldility ก่อนเราปล่อยของไปในขั้นสุดท้าย เพราะนอกจากเราสามารถออกแบบที่คำนึงถึงผู็ใช้ได้แล้ว เรายังสามารถคิดออกแบบเคส Error ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน ลดการต้องมานั่งแก้งานเดิมซ้ำ ๆ เพื่อเอาเข้า Production ใหม่อยู่เรื่อย ๆ

แทนที่เราจะมานั่งเสียเวลาแก้งานหลังจากที่ปล่อยไปแล้ว เราเอาเวลามาทำ และ ครอบคลุมเคสให้ครบถ้วนดีกว่า

 

ใครในทีมจำเป็นต้องรู้บ้าง ? 

ผู้คนที่จำเป้นต้องเชี่ยวชาญและรู้วิธีการใช้มากที่สุดควรจะเป็น UX และ UI Designer เนี่ยแล่ะ หรือคนอื่นภายในทีมไม่ว่าจะเป็น Product Manager / Product Owner หรือ Developer ก็ย่อมได้


ดีไซน์เนอร์อย่างเรานั้น นอกจากเราจะดีไซน์หน้าตาแอพแล้วเราต้องคำนึงถึงประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้ต้องเจอในแต่ละเคสด้วย ไม่ว่าจะเป็น Error หรือการทำให้ผู้ใช้งานปรับเปลี่ยนค่าต่าง ๆ ในแอพได้ นั้นสำคัญมาก 


และนอกเหนือจากนั้น ยังทำให้ Developer ที่ทำงานกับเรา ทำงานง่าย และ อยากกลับมาทำงานกลับเราเรื่อย ๆ ด้วย เพราะดีไซน์เนอร์สามารถทำความเข้าใจและครอบคลุมเคสตามการใช้งานในโลกแห่งความเป็นจริงได้ ทำให้ลดงาน Developer ไปได้อีกเยอะเลย !

 

🥰 สามารถติดตามคอนเท้นท์ซีรีย์ Road to UX/UI ในเพจ borntoDev นี้เลย ! 

 

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก 

https://www.nngroup.com/articles/ten-usability-heuristics/ 

https://www.interaction-design.org/literature/topics/heuristic-evaluation

หากคุณสนใจพัฒนา สตาร์ทอัพ แอปพลิเคชัน
และ เทคโนโลยีของตัวเอง ?

อย่ารอช้า ! เรียนรู้ทักษะด้านดิจิทัลเพื่ออัพเกรดความสามารถของคุณ
เริ่มตั้งแต่พื้นฐาน พร้อมปฏิบัติจริงในรูปแบบหลักสูตรออนไลน์วันนี้

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้สำหรับการติดตามทางการตลาด

    ประเภทของคุกกี้ที่มีความจำเป็นในการใช้งานเพื่อการวิเคราะห์ และ นำเสนอโปรโมชัน สินค้า รวมถึงหลักสูตรฟรี และ สิทธิพิเศษต่าง ๆ คุณสามารถเลือกปิดคุกกี้ประเภทนี้ได้โดยไม่ส่งผลต่อการทำงานหลัก เว้นแต่การนำเสนอโปรโมชันที่อาจไม่ตรงกับความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า