“อยากเข้าคณะ IT คอมพิวเตอร์ แต่ Portfolio ไม่มีอะไรจะใส่เลย…”
ถ้าเราเคยมีความรู้สึกแบบนี้ เราไม่ได้อยู่คนเดียว เพราะนักเรียน ม.ปลายจำนวนมากที่สนใจสาย IT ต่างเจอปัญหาเดียวกัน อยากยื่นรอบ Portfolio (TCAS รอบ 1) แต่เปิดแฟ้มมาแล้วว่างเปล่า ไม่มีโปรเจกต์ ไม่มี Certificate ไม่มีผลงานแข่งขัน 😔
ในขณะที่คนอื่นมีทั้งเกียรติบัตรจากการแข่ง Hackathon, โปรเจกต์เว็บไซต์ที่ Deploy แล้ว, Certificate จากคอร์สออนไลน์หลายใบ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่มาจากการ “เริ่มเรียน + เริ่มทำ” ตั้งแต่ช่วง ม.ปลาย
บทความนี้จะพาไปดูว่า Portfolio สาย IT ต้องมีอะไรบ้าง มหาวิทยาลัยไหนเปิดรับรอบ Port บ้าง และที่สำคัญ คุณจะเริ่มสร้าง Portfolio ที่ “ปัง” ได้ยังไงด้วย BorntoDev Plus 🚀
มหาวิทยาลัยดูอะไรใน Portfolio สาย IT?
มหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในไทยเปิดรับนักศึกษาสาย IT ผ่านรอบ Portfolio (TCAS รอบ 1) ทุกปี แต่ละแห่งมีเกณฑ์ที่ชัดเจน

จะเห็นว่าทุกที่มีจุดร่วมคือ ต้องมี “ผลงานจริง” ที่แสดงความสามารถด้าน IT ไม่ว่าจะเป็นชิ้นงานที่พัฒนาเอง, Certificate จากการอบรม หรือรางวัลจากการแข่งขัน
5 ประเภทผลงานที่ควรมีใน Portfolio สาย IT
Portfolio 10 หน้าที่ดี ไม่ใช่ใส่ทุกอย่าง แต่ต้อง “คัดเลือก” ผลงานที่ตรงสาย และแสดงทักษะได้ชัดเจน ซึ่งก็ได้แก่
1. โปรเจกต์ที่พัฒนาเอง
เว็บไซต์, แอปพลิเคชัน, บอท, เกม หรือ AI Project ที่ทำด้วยตัวเอง นี่คือผลงานที่มี Impact สูงสุด เพราะพิสูจน์ได้ว่า “เขียนโค้ดเป็นจริง ๆ” ถ้า Deploy ขึ้นออนไลน์หรือมีลิงก์ GitHub ด้วยจะยิ่งดี
2. Certificate จากคอร์สออนไลน์

ใบ Certificate จากสถาบันที่น่าเชื่อถือ เช่น มหาวิทยาลัย หรือแพลตฟอร์มการเรียนที่เป็นที่รู้จัก ช่วยยืนยันว่าคุณมีความรู้ในหัวข้อนั้น ๆ จริง ยิ่งมี Certificate ที่ตรงกับสาขาที่สมัครก็ยิ่งได้เปรียบ และที่สำคัญ Certificate ของ BorntoDev มี Valid Certificate ID ที่ตรวจสอบได้จริงผ่านระบบ school.borntodev.com ได้ด้วยนะ !
3. รางวัลจากการแข่งขัน
Hackathon, แข่งเขียนโปรแกรม, โอลิมปิกคอมพิวเตอร์, Game Jam แม้ไม่ได้อันดับ 1 แค่ “เข้าร่วม” ก็แสดงความกระตือรือร้นแล้ว ถ้าได้รางวัลยิ่งเป็นจุดเด่น
4. ประสบการณ์ค่าย/อบรม
ค่ายคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัย, Workshop ด้าน AI/Data Science, อบรมเขียนเว็บ แสดงว่าคุณมุ่งมั่นหาความรู้นอกห้องเรียน
5. โครงงานวิจัย/โครงงานวิทยาศาสตร์
ถ้าเคยทำโครงงานวิทย์คอมพิวเตอร์ หรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จะเป็นข้อได้เปรียบมาก โดยเฉพาะสำหรับมหาวิทยาลัยที่เน้นวิจัยอย่างจุฬาฯ หรือมหิดล
BorntoDev Plus ช่วยเรื่อง Portfolio ได้ยังไง?
BorntoDev Plus (borntoDev+) คือ Subscription ที่เปิดให้เข้าถึงคอร์สเรียนออนไลน์กว่า 50+ หลักสูตร ครอบคลุมทุกสายงาน IT ตั้งแต่ Programming, Web Development, Mobile App, Game Dev, AI/Data Science, ไปจนถึง UX/UI Design 🎓
แต่ที่ทำให้ BorntoDev Plus แตกต่างจากคอร์สออนไลน์ทั่วไปคือ 3 สิ่งนี้
✅ 1. ได้ Certificate ที่ตรวจสอบได้จริง
ทุกคอร์สที่เรียนจบและผ่านการทดสอบ จะได้รับใบ Certificate พร้อม Valid Certificate ID ที่ตรวจสอบได้ผ่าน school.borntodev.com ไม่ใช่ Certificate แบบ “ขอไปที” แต่เป็นใบรับรองที่มีระบบ Verify ชัดเจน ใส่ Portfolio ได้อย่างมั่นใจ
✅ 2. เรียนแล้วได้ทำโปรเจกต์จริง
หลายคอร์สใน BorntoDev Plus ไม่ใช่แค่ดูวิดีโอแล้วจบ แต่มี Project-Based Learning ที่ให้ลงมือทำจริงในหลายหลักสูตร เช่น สร้างเว็บไซต์, พัฒนาแอป, เขียน Bot ชิ้นงานเหล่านี้สามารถนำไปใส่ Portfolio ได้เลย
✅ 3. มีคอร์สสดออนไลน์ + ถามผู้สอนได้
BorntoDev Plus มีคอร์สสดออนไลน์ตลอดทั้งปีที่ได้พูดคุย ถามคำถามกับผู้สอนโดยตรง ไม่ใช่เรียนคนเดียวแบบโดดเดี่ยว มี Community คอยซัพพอร์ต

หลักสูตรแนะนำใน BorntoDev Plus คัดมาแล้วตามสายการเรียน
BorntoDev Plus มีคอร์สเยอะมาก เลยคัดมาให้ตามสายการเรียนที่เกี่ยวข้องกับคณะ IT โดยตรง
สาย Web Development (Front-End / Back-End / Full Stack)
สำหรับคนที่อยากเข้าคณะ IT แล้วสนใจพัฒนาเว็บไซต์ นี่คือสายที่ตลาดงานต้องการมากที่สุดในปี 2026
- HTML & CSS พื้นฐาน ปูพื้นการสร้างเว็บไซต์ตั้งแต่ศูนย์
- JavaScript Fundamentals ภาษาที่ใช้มากที่สุดในโลก Web Dev
- React / Vue.js Framework ยอดนิยมสำหรับ Front-End
- Node.js & Express สร้าง Back-End API ด้วย JavaScript
โปรเจกต์ที่ทำได้ระหว่าง หรือ หลังเรียนไม่ว่าจะเป็น สร้าง Portfolio Website, To-Do App, REST API ใส่ Portfolio ได้ทุกตัว
สาย Python / Data Science / AI
สำหรับคนที่สนใจสาย AI, Machine Learning, Data Analytics เป็นสายที่เติบโตเร็วมากในปี 2026
- Python 3 พื้นฐาน ภาษาอันดับ 1 ของโลก (TIOBE Index 2026: 22.61%)
- Data Analysis with Python วิเคราะห์ข้อมูลด้วย Pandas, NumPy
- พื้นฐาน AI/Machine Learning เข้าใจหลักการ ML เบื้องต้น
โปรเจกต์ที่ทำได้ระหว่าง หรือ หลังเรียนไม่ว่าจะเป็น Dashboard วิเคราะห์ข้อมูล, Chatbot, Prediction Model
สาย Mobile App Development
สำหรับคนที่อยากสร้างแอปมือถือ ทั้ง Android และ iOS
- Dart & Flutter สร้างแอป Cross-Platform ด้วย Framework เดียว
- Kotlin for Android ภาษาหลักในการพัฒนา Android App
โปรเจกต์ที่ทำได้ระหว่าง หรือ หลังเรียนไม่ว่าจะเป็น แอปบันทึกรายจ่าย, แอป To-Do, Calculator App
สาย Game Development
สำหรับคนที่สนใจพัฒนาเกม เป็นสายที่แสดงความคิดสร้างสรรค์ + ทักษะ Programming ได้ดีมาก
- Unity & C# เอนจินเกมยอดนิยมระดับโลก
- Unreal Engine สำหรับเกม 3D คุณภาพสูง
โปรเจกต์ที่ทำได้ระหว่าง หรือ หลังเรียนไม่ว่าจะเป็น เกม 2D/3D ที่เล่นได้จริง เป็น Portfolio ที่ “ว้าว” มากสำหรับกรรมการ
สาย UX/UI Design
สำหรับคนที่สนใจออกแบบ Interface หลายคณะ IT เริ่มเปิดสาขา Digital Media / UX แล้ว
- Figma / Adobe XD เครื่องมือออกแบบ UI ยอดนิยม
- UX Research Basics เข้าใจผู้ใช้งานก่อนออกแบบ
โปรเจกต์ที่ทำได้ระหว่าง หรือ หลังเรียนไม่ว่าจะเป็น Mockup แอปพลิเคชัน, Wireframe เว็บไซต์, Case Study การออกแบบ

ถ้าเริ่มเรียนตั้งแต่ ม.4–ม.5 จะได้อะไรบ้าง?
ลองจินตนาการว่าคุณเริ่มใช้ BorntoDev Plus ตั้งแต่ ม.4 เรียนสัปดาห์ละ 5–8 ชั่วโมง ภายใน 1 ปีคุณจะมี
| ช่วงเวลา | สิ่งที่ทำ | ผลลัพธ์ใน Portfolio |
|---|---|---|
| เดือนที่ 1–2 | เรียน HTML, CSS, JavaScript พื้นฐาน | Certificate 2–3 ใบ + หน้าเว็บแรก |
| เดือนที่ 3–4 | เรียน Python + Data Analysis | Certificate เพิ่ม + Dashboard โปรเจกต์ |
| เดือนที่ 5–6 | สร้าง Portfolio Website รวมผลงาน | เว็บไซต์ Portfolio ที่ Deploy แล้ว + GitHub Profile |
| เดือนที่ 7–8 | เรียน React หรือ Flutter + ทำ Mini Project | โปรเจกต์แอป/เว็บที่ทำงานได้จริง |
| เดือนที่ 9–10 | เข้าแข่ง Hackathon / ทำโครงงาน | เกียรติบัตรแข่งขัน + โปรเจกต์ขนาดกลาง |
| เดือนที่ 11–12 | รวบรวม Portfolio 10 หน้า + ซ้อมสัมภาษณ์ | Portfolio พร้อมยื่น TCAS รอบ 1 |
ผลลัพธ์ก็คือ มี Certificate 5–8 ใบ, โปรเจกต์ 3–5 ชิ้น, GitHub Profile ที่มีโค้ดจริง, เว็บไซต์ Portfolio ที่ Deploy แล้ว ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ภายใน 1 ปี โดยไม่ต้องไปเรียนพิเศษที่ไหน แค่มี BorntoDev Plus กับ Internet เท่านั้นเอง !!

ที่สำคัญใช้สมัครเรียนต่อ ป.โท ได้ด้วยนะ!
BorntoDev Plus ไม่ได้มีประโยชน์แค่กับนักเรียน ม.ปลาย สำหรับคนที่ทำงานแล้วหรือกำลังเรียน ป.ตรี ที่อยากต่อ ป.โท สาย IT เช่น วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (CS) ที่จุฬาฯ หรือ ICT ที่มหิดล Portfolio ที่ดีก็ช่วยได้เช่นกัน
หลายหลักสูตร ป.โท ต้องการเห็น “ประสบการณ์ด้าน IT” ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นประสบการณ์ทำงาน Certificate จากคอร์สออนไลน์, โปรเจกต์ที่ทำเอง และทักษะที่พิสูจน์ได้ก็นับเป็นผลงานที่แสดงความพร้อมได้ด้วย
โดยเฉพาะคนที่จบ ป.ตรี ไม่ตรงสาย IT แต่อยากเรียนต่อ ป.โท สาย CS หรือ Data Science การมี Certificate + โปรเจกต์จาก BorntoDev Plus จะช่วยเสริม Profile ให้แข็งแกร่งขึ้นมาก
⚡ เริ่มสร้าง Portfolio วันนี้กับ BorntoDev Plus
BorntoDev Plus เปิดให้เข้าถึงคอร์สเรียนกว่า 50+ หลักสูตร พร้อม Certificate ทุกคอร์ส ในราคาเริ่มต้นเฉลี่ยเพียงเดือนละ 277.5 บาท (เมื่อสมัครแบบ 3 ปี ชำระครั้งเดียว)

ไม่ว่าจะเตรียมตัวยื่น TCAS รอบ Portfolio หรืออยากอัปสกิลก่อนสมัคร ป.โท BorntoDev Plus พร้อมเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณ “มีผลงานจริง” ไม่ใช่แค่ “อยากทำ” อีกต่อไป
🔗 สมัคร BorntoDev Plus เริ่มเรียน เริ่มสะสม Portfolio ได้เลย
สรุป
Portfolio สาย IT ที่ดี ไม่ได้ต้องมีรางวัลระดับประเทศ แค่มี “ผลงานจริง” ที่แสดงว่าคุณลงมือทำ มีทักษะ และมีความตั้งใจ ก็เพียงพอที่จะสร้างความประทับใจให้กรรมการได้แล้ว
Certificate จากคอร์สออนไลน์ที่ตรวจสอบได้ + โปรเจกต์ที่ Deploy แล้ว + GitHub Profile ที่มีโค้ดจริง 3 สิ่งนี้รวมกันคือ Portfolio ที่ทรงพลัง และ BorntoDev Plus ช่วยให้คุณมีครบทั้ง 3 อย่าง
วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดในการเริ่มต้น อย่ารอจนถึงวันปิดรับสมัครแล้วค่อยรู้สึกเสียดายทีหลังนะคร้าบ